แนวทางการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองทางการกีฬา
ประยุกต์จากทฤษฏีความเชื่อมั่นในตนเองทางกีฬาของนักกีฬาทีมชาติไทย

ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการแสดงความสามารถได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การประสบความสำเร็จ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวนักกีฬาเอง หรือผู้ฝึกสอน ต่างต้องการเพิ่มหรือคงระดับความเชื่อมั่นในตนเองให้กับนักกีฬา โดยเฉพาะในการแข่งขัน แนวทางการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองต่อไปนี้ เป็นการประยุกต์จากทฤษฏีความเชื่อมั่น ในตนเองทางการกีฬาของนักกีฬาทีมชาติไทย: สร้างทฤษฏีจากข้อมูล (วิมลมาศ ประชากุล, 2551) มีแนวทางดังต่อไปนี้

1. ผู้ฝึกสอนต้องสร้างประสบการณ์ประสบความสำเร็จให้กับนักกีฬาและการเป็น แบบอย่างที่ดี
จากทฤษฏีพบว่าการรับรู้ว่าตนเองมีความสามารถจะส่งผลให้นักกีฬามีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น ผู้ฝึกสอนควรต้องสร้างโอกาสให้นักกีฬารับรู้ว่าตนเองมีความสามารถ เช่นการให้ ข้อมูลย้อนกลับทางบวกกับการแสดงความสามารถของนักกีฬาอย่างเหมาะสม หรือตั้งเป้าหมาย อย่างเหมาะสมให้กับนักกีฬา (ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อต่อไป) ตลอดจนการส่งนักกีฬาไปร่วมแข่งขัน ในรายการต่าง ๆ เพื่อให้นักกีฬามีประสบการณ์ในการแข่งขัน เพราะประสบการณ์เป็นปัจจัย ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตนเอง ในส่วนของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การควบคุมตนเอง หรือ การเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันครั้งต่อไป นอกจากนั้นการเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ฝึกสอนทั้งใน เรื่องการแสดงทักษะและการมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ตลอดจนการให้ความรู้อย่างเหมาะสม กับนักกีฬาแต่ละคน ต่่อการพัฒนาความสามารถของนักกีฬา
2. นักกีฬามีการตั้งเป้าหมายอย่างเหมาะสม
ในการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาความสามารถของตนเอง หากนักกีฬาทำได้ประสบความ สำเร็จตามเป้าหมาย นักกีฬาก็จะรับรู้ว่าตนเองมีความสามารถหรือสามารถทำได้ การตั้งเป้า หมายอย่างเหมาะสม ต้องเป็นการตั้งเป้าหมายร่วมกันระหว่างนักกีฬาผู้ฝึกสอนและ นักจิตวิทยาการกีฬา ต้องมีการประเมินและติดตามเป็นระยะ มีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ควรเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย และนักกีฬาสามารถทำได้หากฝึกฝนอย่างตั้งใจและใช้ความพยายาม สูงสุด
3. ฝึกทักษะทางจิตวิทยาการกีฬาให้กับนักกีฬา
การฝึกทักษะทางจิตวิทยาการกีฬาจะมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ของนักกีฬา ได้แก่ การจินตภาพ การผ่อนคลาย การเตรียมความพร้อมทางจิตใจโดย การจัดลำดับความคิด การคิดบวก การกระตุ้น ตัวเอง และการตัดความคิด เนื่องจากการ สร้างประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จให้กับนักกีฬา บางครั้งมีข้อจำกัด การใช้ทักษะทางจิตวิทยาการกีฬาดังกล่าวจะช่วยให้นักกีฬาสร้างความ เชื่อมั่นในตนเอง รักษาระดับความเชื่อมั่น และกระตุ้นให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง ตัวอย่างเช่น ใช้วิธีการคิดในทางบวกเพื่อเลือกข้อมูลมาใช้อย่างเหมาะสม ใช้วิธีการตัดความคิด หากนักกีฬา ได้รับข้อมูลในทางลบ ทักษะการผ่อนคลายเมื่อนักกีฬาเกิดภาวะความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ การจินตภาพ หรือการกระตุ้นตัวเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ดังนั้นหากนักกีฬามีการฝึก ทักษะทางจิตใจและนำมาใช้อย่างเหมาะสม จะส่งผลให้นักกีฬาสามารถระดับความเชื่อมั่นใน ตนเอง ให้สูงได้ตลอดเวลา
4. บุคคลรอบข้างให้การสนับสนุน
สภาพแวดล้อมด้านบุคคลเป็นองค์ประกอบหลักหนึ่งที่ทำให้นักกีฬามีความเชื่อมั่นใน ตนเอง ดังนั้น การจะทำให้นักกีฬามีความเชื่อมั่นในตนเอง บุคคลใกล้เคียงต้องให้การสนับสนุน เช่น การให้กำลังใจกับนักกีฬา หรือผู้ฝึกสอนบอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเล่น หรือข้อมูล ของฝ่าย ตรงข้ามเพื่อสร้างกำลังใจให้นักกีฬาและทำให้รับรู้ว่าตนเองยังมีโอกาสประสบ ความสำเร็จได้
5. สร้างหรือปรับระบบความคิดที่ถูกต้องให้กับนักกีฬา
จากทฤษฏีความเชื่อมั่นในตนเองทางการกีฬาของนักกีฬาทีมชาติไทย จะเห็นได้ว่า ประเด็นสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นใน ตนเองทางการกีฬาคือวิธีการคิดในการจัดการกับ ข้อมูลต่าง ๆ ที่นักกีฬาได้รับซึ่งไม่ว่านักกีฬาจะได้รับข้อมูลทั้งทางบวกหรือข้อมูลในทางลบ ระดับ ความเชื่อมั่นอาจมีสูงหรือต่ำเกินไปก็ได้ ดังนั้น การฝึกให้นักกีฬาคิดในทางบวกเพื่อที่จะได้นำ เฉพาะข้อมูลในทางบวกมาใช้และฝึกวิธีการตัดความคิดที่เป็นผลมาจากข้อมูลในทางลบ ให้กับ นักกีฬา โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง กับนักกีฬาคือช่วงการฝึกซ้อม เพราะจากการศึกษาพบว่านักกีฬาจะให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมในการพัฒนาความสามารถ และนักกีฬาจะประเมินตนเองว่ามีความสามารถ มีความพร้อมหรือไม่จากการฝึกซ้อม
6. วางแผนการฝึกซ้อมให้มีประสิทธภาพ
จากทฤษฏีนี้พบว่านักกีฬาจะประเมินความเชื่อมั่นในตนเองจากช่วงการฝึกซ้อม เป็นหลัก ดังนั้นหากนักกีฬารับรู้ว่าตนเองได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ ซ้อมแล้วมีพัฒนาการ และได้แก้ไข ข้อผิดพลาดจะทำให้นักกีฬามีความเชื่อมั่นในตนเองเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นการฝึกซ้อมที่ดี ยังเป็นการทำให้นักกีฬามีสมรรถภาพทางกายที่พร้อมต่อการแข่งขัน เมื่อร่างกายพร้อมก็จะส่งผล ให้จิตใจพร้อมด้วย
7. ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันและสร้างความมั่นคงให้กับนักกีฬา
จากทฤษฏียังพบอีกว่าความเชื่อมั่นในตนเองทางการกีฬามาจากการที่นักกีฬารับรู้
ว่าตนเองมีความสามารถ ความพร้อมทั้งด้านทักษะ อารมณ์และจิตใจ และสภาพสิ่งแวดล้อม ในขณะแข่งขัน ฉะนั้นการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับนักกีฬาต้องร่วมมือทุกฝ่ายโดยเริ่ม ตั้งแต่ผู้ปกครอง ครอบครัว ครู เพื่อน ๆ ต้องให้การสนับสนุนและร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่ิิอให้้นักกีฬา มีกำลังใจ หรือไม่ต้องกังวลกับภาระต่าง ๆ ลำดับต่อมาสมาคมกีฬาและการกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องให้การสนับสนุนกับนักกีฬาในเรื่องค่าตอบแทน ที่พักนักกีฬา จัดหาอุปกรณ์ที่ดีให้กับนักกีฬา ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับนักกีฬา
โดยสรุปการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองสำหรับนักกีฬา เป็นการร่วมมือกัน ระหว่างนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ครอบครัว เพื่อน และสมาคม โดยนักกีฬาที่ต้องมีความมุ่งมั่น มีเป้าหมายที่ชัดเจนและเหมาะสม มีการฝึกทักษะทางจิตวิทยาการกีฬา ผู้ฝึกสอนต้องสร้างโอกาส ให้นักกีฬารับรู้ว่าตนเองมีความสามารถ ให้ข้อมูลย้อนกลับทางบวก ครอบครัวและบุคคลใกล้ตัว ต้องให้การสนับสนุนและให้กำลังใจต่อนักกีฬา สมาคมกีฬาสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับนักกีฬา และจัดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน
เอกสารอ้างอิง
วิมลมาศ ประชากุล. (2551). ทฤษฏีความเชื่อมั่นในตนเองทางการกีฬาของนักกีฬาทีมชาติไทย:
สร้างทฤษฏีจากข้อมูล. ดุษฏีนิพนธ์ปรัชญาดุษฏีบัณฑิต, สาขาวิทยาศาสตร์การออก
กำลังกายและการกีฬา. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา, มหาวิทยาลัยบูรพา.


 ดร.วิมลมาศ ประชากุล 
ผู้เขียน

 

Copyright © 2010 Sport Mind Co., Ltd.